ความแตกต่างของแอร์ ตั้งพื้นและแอร์ติดผนัง

แแอร์ตั้งพื้นและแอร์ติดผนัง มีข้อแตกต่าง และวิธีเลือกแอร์

หลายคนอาจจะมีปัญหาในการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน สำหรับคนที่ กำลังเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศอยู่นั้น เราจะพามาทำความรู้จักกับแอร์ 2 ประเภท ด้วยกัน โดยวันนี้จะพามารู้จักคุณสมบัติและ ความแตกต่างของแอร์แบบตั้งพื้น และแอร์แบบติดผนัง ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร รวมทั้งข้อดีและข้อเสียของแอร์ทั้ง 2 ประเภท เพื่อการเลือกใช้งานให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันนี้แอร์มีมากมายหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งจะถูกแบ่งใช้ไปในสถานที่ที่ ต่างกัน จึงอยากเอาข้อมูลดีๆ เหล่านี้มาให้ผู้อ่านได้ลองตัดสินใจเพื่อเลือกใช้แอร์กัน

 

เริ่มกันที่ แอร์ประเภทติดผนัง เป็นแอร์ประเภทที่ผู้ใช้นิยมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน สำนักงาน หรือ ร้านค้าต่างๆ เนื่องด้วยขนาดของแอร์ประเภทติดผนังในสมัยใหม่นั้น มีรูปร่างที่เล็ก กะทัดรัด ดูทันสมัย ติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก และยังได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วไปมากที่สุด ขนาดที่นิยม จะมีตั้งแต่ 9,000 ไปจนถึง 30,000 BTU เลยทีเดียว มีมากมายหลายยี่ห้อและหลายระบบ รูปร่างหน้าตาในสมัยนี้รวมถึงสี ก็เรียบหรูทันสมัย มีระบบและฟังก์ชันต่างๆ มากมายที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเอาใจผู้บริโภคในยุคสมัยนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องทั่วไป เช่น ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องรับแขก ตามคอนโด หรือโรงแรมส่วนใหญ่นั้นก็นิยมใช้กัน แม้กระทั่งในร้านอาหาร หลายๆ ที่

ข้อดี – มีขนาดเล็ก ติดตั้งได้ง่าย ราคาติดตั้งย่อมเยา เสียงเงียบ มีรูปแบบให้เลือกมากมาย

 

ข้อเสีย – คอยล์เย็นนั้นมีขนาดที่เล็ก กระจายความเย็นได้น้อย ไม่ทั่วถึง จึงไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่มากๆ ในส่วนนี้ต้องดูที่ BTU ด้วย ท่อแอร์ค่อนข้างที่จะสกปรกง่าย อุดตันบ่อย ไม่เหมาะสมกับห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากๆ อย่างเช่น ห้องประชุม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

 

แอร์เคลื่อนย้าย หรือแอร์ตั้งพื้น เป็นเครื่องปรับอากาศที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ในสมัยอดีตจนถึงสมัยปัจจุบันแต่ถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้วนั้น ผู้คนในสมัยนี้จะเลือกที่จะใช้แอร์ตั้งพื้นในประเภทนี้กันน้อยลง แต่แอร์ประเภทนี้ มีหลายขนาดให้เลือก ตั้งแต่ขนาด 9,000 BTU ไปจนถึง 60,000 BTU เลยทีเดียว และที่สำคัญยังสามารถเลือกติดตั้งตามความเหมาะสมได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแขวนผนัง หรือตั้งกับพื้น ทำให้สามารถที่จะเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมและความพอใจ ตั้งแต่ห้องที่มีขนาดเล็กไปจนถึงห้องที่มีขนาดใหญ่ โดยเลือกตัดสินใจจาก BTU ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง โดยการใช้พื้นที่ของห้องนั้นเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือก

 

ข้อดี –ติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ ติดตั้งได้ทั้งแบบแขวนเพดานและตั้งพื้น มีขนาดคอยล์เย็นที่ใหญ่ และให้ลมที่แรงมาก

 

ข้อเสีย – เปลืองพื้นที่ในการติดตั้งค่อนข้างมาก เนื่องจากส่วนมากแล้วแอร์ในประเภทนี้จะมีตัวเครื่องที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มอเตอร์เองก็มีขนาดใหญ่ทำให้เสียงดังหากเปรียบเทียบกับแอร์ติดผนังแล้วถือว่าค่อนข้างดังเลยทีเดียว ไม่มีรูปแบบให้เลือกในการใช้งานมากนักหากเปรียบเทียบกับแอร์ในประเภทอื่นๆ ฟังก์ชันในการใช้งานนั้นค่อนข้างที่จะน้อย เนื่องจากในปัจจุบันนั้นคนนิยมติดตั้งแอร์ประเภทติดผนังมากกว่า หากใช้งานแนะนำให้เป็น ห้องประชุม และห้องจัดเลี้ยงต่างๆ ฯลฯ จึงจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากเน้นใช้งานในห้องที่มีขนาดใหญ่ หากเลือกใช้งานในห้องนอนขนาดใหญ่อาจจะต้องรับได้ในเรื่องของเสียงมอเตอร์ที่ดังกว่าแอร์รูปแบบอื่น ๆ

 

สำหรับในรูปแบบของการใช้งานจริงๆ แล้วไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็จะมีจุดหมายในการทำความเย็นอยู่ที่ระดับพื้นทั้งสิ้น หากถามถึงการใช้งานของแอร์ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน อย่างเช่นห้องนอน ก็ต้องคำนึงถึง การรั่วไหลของอากาศเหมือนกัน ความร้อนเท่ากัน คอมเพรสเซอร์เท่ากัน อัตราการใช้ไฟคงไม่ต่างกัน สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะของความใช้งาน แต่หากถามถึงเรื่องการประหยัดไฟนั้นนอกจากปัจจัยทั้งหมดในข้างต้นแล้ว หากถามผู้เขียนเอง ผู้เขียนจะเลือกใช้แอร์ประเภทติดผนัง เนื่องจากมีรูปแบบ ฟังก์ชันในการใช้งานที่หลากหลายกว่าแบบตั้งพื้น/แขวน ค่อนข้างมาก เสียงเงียบกว่า ขนาดเล็กกว่า ที่สำคัญหากพูดถึงเรื่องค่าไฟแล้ว ในปัจจุบันแอร์ติดผนังนั้นยังมีการทำงานในรูปแบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งช่วยในเรื่องของการประหยัดไฟไปมากเลยทีเดียว